เพลงรักรัตติกาล Chapter 4
posted on 23 Apr 2008 13:48 by white-mafia in Fictionตอนที่ 4
ดอกกุหลาบหลากสี ตุ๊กตาหมีหลายรูปแบบ รวมถึงช็อกโกแลตกล่องๆและการ์ดถูกนำมาวาง
ตกแต่งตามหน้าร้านที่ขายของเกือบทุกสถานที่ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งเหงามากขึ้นอีก
เขาจึงละสายตาจากนอกกระจกรถเข้ามามองผ้าพันคอสีน้ำเงินเข้มในมือ
“อิจฉาว่ะ”เสียงรันที่นั่งประจำคนขับดังขึ้น
“อิจฉาไรวะ”
“อ้าว...ก็ดูดิ มีผ้าพันคอเป็นของแทนใจซะด้วย”
“เออ..”สิ้นเสียงนั้น กานต์ก็พูดอะไรไม่ออก
..ไม่จริงหรอก ไม่มีอะไรที่น่าอิจฉาเลยซักนิด ..
“พูดแทงใจดำเหรอวะ...จะเครียดทำไมมีคนให้รักก็ดีเท่าไรแล้ว ดูสิทีรันยังไม่มีใครมารักเลย”
เสียงที่ดูน้อยใจเช่นเดียวกับดวงตาที่หงอยลงอย่างเห็นได้ชัด
“เออ เดี๋ยวเซ็ตทุกอย่างเสร็จแล้วไปหาอะไรกินกันนะ”กานต์ไม่อยากให้เพื่อนเศร้า
จึงหาเรื่องอื่นมาคุย
“เอาดิ แต่นายเลี้ยงนะ”รันยิ้มสดใส
“ก็ได้”
แต่ละวันของกานต์ผ่านไปได้เพราะมีเพื่อนที่ดีๆอย่างรัน ส่วนคีก็เงียบหายไปจากชีวิตของกานต์
แต่กานต์เองก็ไม่ได้อยากจะรบกวนจิตใจของคีไปมากกว่านี้ แม้กระทั่งวาเลนไทน์
คีก็ลืมกานต์ไปได้นะ ลืมไปแม้กระทั่งว่าวันนี้กานต์จะประกวดแข่งขัน ไม่คิดแม้จะให้กำลังใจเลยสักนิด
“แล้วนายจะเล่นเพลงรักได้อีกเหรอเนี่ย วันนี้จะแข่งนะ”รันถามกานต์ที่ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ
“ได้สิ เพราะฉันต้องการถ่ายทอดความรักไงล่ะ”
ได้ยินอย่างนั้นแล้วรันจึงไม่ถามอะไรอีก เขามั่นใจในตัวเพื่อนรักเต็มเปี่ยม ว่ากานต์ต้องทำได้
เมื่อกานต์เดินออกไปจากห้องน้ำ รันจึงถอนใจเบาๆ ใจหนึ่งก็เป็นห่วงเพื่อนแต่อีกใจก็รู้สึกแปลกๆ
“คุณกานต์ครับ วันนี้ปิดร้านเร็วมาเชียร์เลยนะครับ”แสงพูดขณะตรวจสอบสภาพกล้องวีดีโอในมือ
“ขอบคุณครับ”กานต์พูดยิ้มๆ พร้อมกับจับมือตัวเองแน่น
“ไปเตรียมตัวเหอะ เดี๋ยวก็ถึงคิวเราแล้ว”รันจับแขนกานต์ให้เดินตามไปหลังเวที
พร้อมส่งยิ้มให้กับแสงเล็กน้อย
“ตื่นเต้นว่ะ กอดหน่อยได้ป่ะ”กานต์เดินเข้าไปหารันแล้วโอบไหล่เข้ามากอดแน่นๆ
ทำให้จิตใจที่เกือบจะสงบลงได้แล้วของรันกลับมาเต้นแรงอีกรอบไม่แพ้คนที่ดึงเขามากอด
“มือแกเย็นเจี๊ยบเลยว่ะกานต์”
“แกก็ไม่ต่างกันหรอก ใจเต้นเร็วชิบ”แล้วกานต์ก็หัวเราะเบาๆ
“เอาน่ะ ไปได้แล้วเว้ย”กานต์ตบไหล่เพื่อนสองสามทีแล้วก้าวออกไปจากหลังม่านสีแดงสด
ชายทั้งสองคนยืนอยู่ตรงกลางเวที จุดที่แสงไฟส่องสว่างลงมาพอดี
ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะประหม่าแต่ก็ยิ้มให้ผู้ชม พร้อมกับโค้งให้ก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่เครื่องดนตรีของตนกานต์วางมือลงบนคีย์เปียโนหลังใหญ่ด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับเทพบุตร
เช่นเดียวกันกับรันที่นั่งบนเก้าอี้ไร้พนักพร้อมกีต้าร์คู่ใจ ไมโครโฟนที่ตั้งวางเฉียงด้านข้างถูกปรับ
ให้พอดีกับระดับอกคนเล่น แล้วเสียงกีตาร์ของคนที่พร้อมแล้วก็เริ่มบรรเลงขึ้นเพื่อส่งต่อให้เสียงเปียโน
คลอรับกันวันนี้รันรู้สึกได้ว่ากานต์เล่นได้ดีมาก ดีอย่างสมบูรณ์แบบทั้งๆที่ไม่มีกำลังใจอย่างคี
เขาเองก็ต้องพยายามให้มากที่สุดเพื่อการแสดงครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่
ว่าถึงแม้จะเล่นดนตรีก็ทำงานได้ไม่ต่างกัน
เมื่อการแสดงครั้งนี้จบลง เสียงปรบมือดังขึ้นก้องทั่วทั้งห้องประกวด
ทั้งคู่เดินออกมาที่ตำแหน่งเดิมที่ยืนเมื่อก่อนหน้าการแข่งจะเริ่ม แต่ตอนนี้...
ถึงแม้จะเป็นจุดๆเดิมที่ยินอยู่ แต่ความรู้สึกช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งคู่โค้งให้กับผู้ชมอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปยังด้านหลังผ้าม่านสีแดงผืนใหญ่ผืนเดิม
“ถ้าไม่ชนะจะเป็นไรมั้ยอ่ะ”รันถามขึ้นเสียงดูแย่ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกน่ะ ก็ทำเต็มที่แล้วไง”กานต์ลูบหัวเพื่อนขี้แยเบาๆ นิดๆหน่อยๆก็จะร้องไห้แล้ว
“กลัวว่ะ”รันพูดจบก็ซุกหน้าลงกับฝ่ามือเรียวๆ กานต์ได้แต่เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของรัน
และวางมันไว้อย่างนั้นเนิ่นนาน ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ไร้คำปลอบโยน
สักพักรันก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กานต์แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปรอผลด้านหน้าเวทีด้วยกัน
เสียงคนพูดคุยกันดังขึ้นในร้านคอฟฟี่ช็อปที่แขวนป้ายหน้าประตูร้านว่า close
ถึงเป็นเสียงที่ไม่ดังมากแต่ก็อาจจะรบกวนเพื่อนบ้านข้างๆ แต่โชคดีที่ร้านนี้ทำเลดีมากพอ
ไร้ซึ่งเพื่อนบ้านให้น่ารำคาญใจ
“เย้.....ฉลองครับ”แสงยกแก้วขึ้นชูให้กับทั้งคู่
“ฉลองอะไรกันล่ะครับ ไม่ชนะซักหน่อย”รันนั่งหน้าสลด
“ฉลองสิ เราทำได้ดีมากๆต่างหาก ทำได้ขนาดนี้ก็ดีเท่าไรแล้ว”กานต์พูดพร้อมกับยื่นแก้ว
น้ำสีอำพันให้เพื่อนรัก
“ไม่อ่ะ ดื่มไม่ลง ขอนั่งทำใจซักพักนะ”รันกลับไปอยู่ในภาวะใจลอยอีกครั้ง
กานต์ก็เลยเอาแก้วนั้นมาดื่มเสียเอง
“ไม่ต้องเสียใจหรอกน่า ได้ที่ 2 ก็ยังดีนะ อีกอย่างคู่นั้นเล่นได้ดีมากๆจริงๆแหละ”กานต์พูดไปก็ยิ้มไป
เขาพอใจในการเล่นครั้งนี้มาก ทั้งที่เค้าไม่มีคนรักอยู่เคียงข้างเลย
เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาว่าค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่กี่นาทีก็กำลังจะก้าวเข้าสู่วันใหม่
แสงกลับบ้านไปตั้งนานแล้ว เหลือเพียงกานต์ที่ยังซบหน้าหลับกับโต๊ะในร้าน
ส่วนอีกคนยังคงนั่งเหม่อออกไปในห้วงความคิดของตัวเอง เมื่อนาฬิกาที่ข้อมือส่งเสียงร้องบอก
เป็นเวลาเที่ยงคืน รันจึงเอาหูฟังเครื่องเล่นเพลงออกจากหู แล้วเดินเข้าไปปลุกเพื่อนที่สลบคาแก้ว
เพราะฉลองหนักเกินไปแล้ว
“กานต์เว้ย ตื่นๆ กลับบ้านกันได้แล้วมั้ง”มือที่สะกิดแขนเพื่อนเริ่มรุนแรงขึ้นตามลำดับเสียง
เมื่อปลุกเพื่อนไม่ตื่นเสียที
“เฮ้ย....ไอ้นี่จะหลับไปไหนวะ อะไรมันจะเมามากขนาดนั้น”รันบ่นเบาๆ เอามือมาเกาหัวแล้วนึก
ว่าจะเอาไงกับเพื่อนคนนี้ดี จะทิ้งไว้ที่นี่หรือว่าลากลับบ้านมัน หรือจะเอากลับบ้านเราดี
“เอาวะ ทิ้งไว้นี่แหละ”
“ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเช้ามา ซวยพี่แสงอีก”รันเดินย้อนกลับมาตรงตำแหน่งที่เพื่อนเขานอนอยู่อีกครั้ง
พร้อมกับเก็บของให้เรียบร้อย ก่อนจะแบกเจ้าเพื่อนตัวดีขึ้นรถกลับบ้านไป
เสียงเพื่อนตัวดียังคงละเมอไม่ยอมหยุดตั้งแต่เขาเข้ามาอาบน้ำ สงสัยจะเมาหนักจริงๆ ว่าแล้วเขาก็เตรียมน้ำในอ่างให้อุ่นๆพอดี ก่อนจะออกไปลากเพื่อนตัวดีมานอนแช่ แล้วตัวเองก็ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
กลับมาอีกทีเพื่อนรักก็ยังคงหลับคาอ่างอาบน้ำอยู่เหมือนเดิม
“เฮ้ย...ไอ้กานต์แกจะตื่นมั้ยเนี่ย เดี๋ยวก็ปอดบวมตายพอดี”มือที่ทั้งยื้อทั้งทึ้งเนื้อตัวเพื่อนจนเป็น
รอยจ้ำแดงๆตามเนื้อตัว หวังว่าเพื่อนจะตื่น แต่ทว่า...
“อย่านะคี..อย่าทำแบบนี้กับผมนะ คุณจะทิ้งผมเหรอ…”
“กานต์....กานต์.....กานต์เว้ย...ไอ้กานต์ตื่นขึ้นมาสิวะ”รันตะโกนใส่หูกานต์ดังๆ อีกครั้ง
“อย่า....”เสียงดังขึ้นจากริมฝีปากกานต์เท่านั้นแล้วก็หายไปพร้อมลมหายใจที่สม่ำเสมออีกครั้ง
“โอ๊ย...หลับอีกแล้ว....”รันส่ายหัวด้วยความระอาแต่ก็ลากเพื่อนขึ้นมาแต่งตัวแล้วโยนลงบนเตียง
ได้โดยสวัสดิภาพ ส่วนตัวของเขาเองทั้งเหนื่อยแต่ก็ยังคงนอนไม่หลับเหมือนหลายชั่วโมงก่อน
ใครจะว่าบ้าก็ช่าง เครียดเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็คงไม่มีใครเข้าใจตัวเขาได้นอกจากเขาเอง
To be Continue
edit @ 23 Apr 2008 14:05:33 by [White_Mafia]